หน้ากากแก้ว (garasu no kamen)

posted on 22 Sep 2008 19:21 by prisz

          ตอนนี้กำลังบ้าการ์ตูนหน้ากากแก้วอยู่เลย อาจจะดูช้าไปนิดเพราะคนอื่นคงบ้าเรื่องนี้กันไปหมดเเล้วเพราะเรื่องนี้เคยนำมาฉายทางช่อง9 แต่เราไม่ได้ดูง่า เศร้าใจ มาได้ดูอีกทีก้อทางเคเบิ้ลอ่ะคะ ดูครั้งเเรกติดเลยทีเดียวเพราะเนื้อเรื่องสนุกมากมาย ตัวการ์ตูนก้อสวย แถมสีหน้าของนางเอกที่เปลียนไปเป็นคนละคนเวลาอยุ่บนเวทีมันแสดงถึงความมีสมาธิเเล้วความมุ่งมั่นออกมาได้ดีทีเดียว   เรามาดูประวัติและข้อมูลของการ์ตูนเรื่องนี้กันดีกว่า

           

           หน้ากากแก้ว เป็นเรื่องราวของ คิตาจิมะ มายะ เด็กสาวอายุ 13 ปี ที่หลงใหลในศิลปะการแสดง มายะใช้ชีวิตในช่วงเด็กกับการทำงานหนัก เพื่อช่วยครอบครัวที่มีเพียงแม่และตัวเธอเอง ขณะเดียวกันก็มีความฝันในการแสดงละครเวที

        เรื่องราวเปิดฉากที่ มายะ กลับจากโรงเรียน มาที่บ้านซึ่งเป็นร้านอาหารจีนในไชน่าทาวน์ของเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งแม่ของมายะเป็นเจ้าของอยู่ คนรอบข้างมักมองว่า มายะเป็นเพียงเด็กผู้หญิงไร้สาระคนนึง วันนึงมายะได้พนันกับเพื่อนว่า ถ้าเธอสามารถส่งอาหาร 120 ชุดได้ก่อนเที่ยงคืนวันสิ้นปี จะได้ตั๋วดูโอเปร่า ซึ่งมายะก็ทำได้จริง ๆ แต่เพื่อนที่รู้ตัวว่าแพ้ ก็ปล่อยให้ตั๋วปลิวลมตกไปในทะเล มายะกระโดดลงไปเก็บตั๋ว เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของ สึกิคาเงะ จิงุสะ ผู้ซึ่งมองเห็นพรสวรรค์ของมายะ และเลือกให้เป็นทายาทการแสดง

          ชีวิตของมายะพลิกผันเมื่อเจอ สึกิคาเงะ จิงุสะ ซึ่งเคยเป็นนักแสดง และผู้อำนวยการสร้างที่มีชื่อเสียง แผลเป็นที่หน้าจากอุบัติเหตุทำให้จิงุสะต้องลาจากเวทีละคร แต่ก็ยังถ่ายทอดความเป็นอัจฉริยะในการแสดงให้กับนักเรียน จิงุสะมองหานักแสดงที่สมบูรณ์แบบ เพื่อมาเป็นผู้แสดงนำเรื่อง นางฟ้าสีแดง (Kurenai Tennyo) ที่เธอได้ลิขสิทธิ์จากครู และคนรักของเธอ ชื่อ โอซากิ อิชิเรน มายะได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนของสึกิคาเงะ จิงุสะ

 

มายะมีพรสวรรค์โดยธรรมชาติ แต่ใช่ว่าจะไม่มีคู่แข่งที่ทัดเทียม คู่แข่งของมายะ คือ ฮิเมกาวะ อายูมิ ที่อายุเท่ากับมายะ แม่ของอายูมิเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ส่วนพ่อเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่โด่งดัง อายูมิมุ่งหวังที่จะได้แสดงเรื่องนางฟ้าสีแดง เช่นเดียวกับมายะ ทั้งสองกลายมาเป็นคู่แข่งกัน

          ทั้ง ๆ ที่ใช้เทคนิคการแสดงธรรมดา มายะก็แสดงได้เข้าถึงบทบาท จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ดู และเพื่อนร่วมการแสดงอย่างท่วมท้น ส่วนอายูมิ แสดงได้สมบูรณ์แบบด้วยเทคนิคการแสดง ที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังด้อยกว่ามายะในเรื่องของการดึงดูดอารมณ์ผู้ดู มายะไม่รู้ตัวว่ามีพรสวรรค์ และยังอิจฉาความสวยงาม และเทคนิคการแสดงของอายูมิ ขณะที่อายูมิก็มองมายะเป็นอัจฉริยะทางการแสดง และมีความรู้สึกว่าตนเป็นผู้ที่ด้อยกว่า อายูมิจึงได้มุ่งมั่นพัฒนาบทบาทการแสดงของเธอ ขณะที่มายะแสดงบทบาทต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติด้วยแรงจูงใจ

          จิงุสะ ต้องการที่จะสร้างเรื่อง นางฟ้าสีแดง ซึ่งเป็นบทละครในตำนานขึ้นอีกครั้ง แต่ ฮายามิ มาซึมิ ประธานบริษัท บันเทิงยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ผู้ซึ่งคนทั่วไปมองว่า เป็นคนเลือดเย็น ได้ขัดขวางจิงุสะโดยตลอด มาซึมิแก่กว่ามายะ 11 ปี และต้องการที่จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ นางฟ้าสีแดง

          มาซึมิ รู้ถึงพรสวรรค์ของมายะก่อนการแสดงครั้งแรกของเธอ และประทับใจความรักในการแสดงของมายะ การแสดงละครเวทีครั้งแรกของมายะ ชื่อเรื่องว่า Beth of The little women มายะแสดงทั้ง ๆ ที่มีไข้สูง บนเวทีเขาเห็นประกายตาของมายะ และหลงใหลในการแสดงของเธอ มาซึมิได้ส่งช่อดอกกุหลาบสีม่วงให้มายะ โดยไม่เปิดเผยตัว

 

          แม้ว่า มาซึมิ จะทำลายบริษัทของจิงุสะตามความมุ่งหมายของเขา แต่มาซึมิก็ยังคงส่งกุหลาบสีม่วงให้มายะในการแสดงทุกครั้ง และตกหลุมรักมายะ มายะเรียกคนที่มอบกุหลาบให้ว่า คุณกุหลาบสีม่วง

          มาซึมิจ่ายค่าโรงพยาบาลของจิงุสะ ค่าเทอมของมายะ และยังซ่อมโรงละครที่มายะแสดง แต่ก็ไม่เคยบอกว่าเขาคือ คุณกุหลาบสีม่วง เพราะเขามีส่วนในการตายของแม่มายะโดยทางอ้อม มาซึมิมักจะเรียกมายะ ว่า หนูเปี๊ยก (Chibi-chan) ซึ่งมายะไม่ชอบเอามาก ๆ ดังนั้นคู่นี้จึงมักทะเลาะกันเสมอเมื่อเจอกัน มาซึมิมักแสดงให้เห็นว่าเป็นคนเลือดเย็น และเจ้าเล่ห์ แต่ขณะดียวกันก็คอยสนับสนุนมายะอย่างลับ ๆ

          อายูมิ และมายะ ได้รับการฝึกฝนการแสดงนางฟ้าสีแดง เป็นครั้งสุดท้ายจากจิงุสะ มายะบังเอิญรู้ว่า มาซึมิ คือ คุณกุหลาบสีม่วง มายะเสียใจมากที่รู้ว่าผู้ชายที่เธอเกลียดกลายเป็นผู้ชายที่สำคัญของเธอ แต่ในที่สุด มายะ ก็รัก มาซึมิ ซึ่งมาซึมิเองยังไม่รู้

          แม้ว่าทั้งสองคนจะรักกัน แต่ทั้งคู่ก็เป็นเหมือนเส้นขนาน เพราะพวกเขาไม่สามารถบอกรักได้ด้วยกลัวว่าจะเสียใจทั้งคู่ และมาซึมิยังนัดดูตัวกับผู้หญิงซึ่งมาจากครอบครัวร่ำรวย และเดทกับเธออีกด้วย มายะรู้สึกเจ็บปวดมากด้วยความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย คิดว่า ถ้าเปรียบเทียบกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ตัวเธอเองไม่มีอะไรเลย หน้าตาก็ไม่สวย ฐานะก็ยากจนกว่า และยังเด็กกว่ามาซึมิถึง 11 ปี

          เมื่อสิ้นสุดการฝึกฝนบทบาทเรื่องนางฟ้าสีแดง จิงุสะได้แสดงบท นางฟ้าสีแดง เป็นครั้งสุดท้าย ที่หุบเขาอุเมะโนะทานิ ซึ่งเป็นฉากดั้งเดิมในเรื่อง นางฟ้าสีแดง ทั้ง ๆ ที่เธอป่วยหนัก คนดูต่างประทับใจในการแสดงของเธอ ที่แสดงได้มหัศจรรย์ และเป็นธรรมชาติยิ่ง

          จิงุสะได้ทำลายหน้ากากที่เคยสวมออกเป็นสองส่วน และได้ให้มายะ และอายูมิสร้างนางฟ้าสีแดงของตัวเองขึ้นมาใหม่ ส่วนมายะและมาซึมิได้รับอิทธิพลความรักที่รุนแรงของนางฟ้าสีแดง ทำให้เกิดเหตุอัศจรรย์ ที่วิญญาณของทั้งคู่สัมผัสซึ่งกันและกัน ณ บริเวณสองฟากฝั่งของแม่น้ำ แต่ก็ไม่อาจถ่ายทอดความรู้สึกให้อีกฝ่ายรับรู้ ในวันที่กลับจากหุบเขาอุเมะโนะทานิ มายะตั้งใจที่จะสารภาพความรู้สึกต่อมาซึมิ...

          เมื่อมายะกลับมาถึงโตเกียว และไปพบมาซึมิ เพื่อสารภาพรักกับเขา แต่ที่ที่เธอพบมาซึมิกลับเป็นงานเลี้ยงประกาศการหมั้นของมาซึมิกับชิโอริ มายะเสียใจมาก จนมีผลกับการฝึกซ้อมแสดง นางฟ้าสีแดง ที่จะมีการคัดเลือกในอีกไม่นาน

           ขณะที่มายะไม่มีสมาธิ และอารมณ์ในการฝึกซ้อมการแสดง อายูมิซึ่งเป็นคู่แข่งในการคัดเลือกตัวนางฟ้าสีแดงก็พยายามฝึกซ้อม เปลี่ยนห้องพักให้เป็นบรรยากาศธรรมชาติ เลียนแบบการดำรงชีวิตของนางฟ้าสีแดง เพื่อจะได้เข้าถึงอารมณ์ และจิตใจของนางฟ้าสีแดง 
 
          ผู้กำกับ และเพื่อนร่วมทีมของมายะต่างงงงวยกับท่าทีการแสดงของมายะ รวมทั้ง ซากุระโคจิ ยู ที่รับบทอิชชิน ซึ่งเป็นบทคู่ของนางฟ้าสีแดง ผู้กำกับสงสัยว่าอาการของมายะเป็นอาการของคนอกหัก ซากุระโคจิ (ซึ่งยังคงหลงรักมายะ ทั้งที่มีมาอิเป็นแฟนแล้ว) เป็นห่วงมายะมาก มายะโดนลงโทษให้งดซ้อม 1 วัน ซากุระโคจิจึงขอลงโทษตัวเองงดซ้อมเช่นกัน และพามายะไปเที่ยวให้สบายใจ การไปเที่ยวของทั้งสองตกอยู่ในสายตาคนทั่วไป รวมทั้งนักสืบที่มาซึมิจ้างไว้ เมื่อกลับมาซ้อม มายะทำได้ดีขึ้น จนมีเสียงลือกันเกี่ยวกับเรื่องของคนทั้งคู่

          ซากุระโคจิ นัดเดททานอาหารกับมายะ ซึ่งบังเอิญเป็นร้านเดียวกับที่มาซึมิพาชิโอริ คู่หมั้นมา มาซึมิรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นทั้งคู่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ช่วงที่ซากุระโคจิหลบไปฟังข้อความที่มาอิฝากไว้ในโทรศัพท์ มาซึมิก็ส่งดอกกุหลาบสีม่วงมาให้ที่โต๊ะมายะ มายะออกเดินหาคุณกุหลาบสีม่วงจนตกน้ำ มาซึมิวิ่งมาเพื่อที่จะช่วยแต่เห็นซากุระโคจิวิ่งมาช่วยก่อน จึงหลบไป ซากุระโคจิอุ้มมายะขึ้นจากน้ำ กุหลาบสีม่วงที่มายะถืออยู่ร่วงหลุดมือไป มาซึมิมองด้วยความเจ็บปวด

          นักสืบที่มาซึมิจ้างมาได้แอบส่งรูปที่มายะถ่ายกับซากุระโคจิตอนไปเที่ยวจากโทรศัพท์มือถือของซากุระโคจิ ไปให้มาซึมิดู ซึ่งมาซึมิเจ็บปวดอย่างมากเมื่อเห็นภาพ……….เรื่องราวของมายะ และมาซึมิจะเป็นอย่างไร ต่อไป มายะหรืออายูมิจะได้รับบทนางฟ้าสีแดง บทละครในตำนาน

          เรื่องหน้ากากแก้วมีการทำเป็นการ์ตูนออกฉายทางทีวีครั้งแรกในปี 1984 แบ่งเป็นตอน ๆ ตอนละประมาณ 20 นาที สร้างมา 23 ตอนและก็หยุดไป จนมาถึงปี 1998 ก็มีการจัดทำเป็น OVA (Original Video Animation) ซึ่งทำออกมาเพื่อขายเป็นวีดีโอโดยเฉพาะ ในเวอร์ชั่นนี้มี 3 ตอน ตอนละประมาณ 50 นาที เรื่องราวในเวอร์ชั่นนี้ก็ยังไม่จบอีกเช่นกัน 

          หลายปีผ่านไปความนิยมของ หน้ากากแก้วยังคงแพร่หลายไปทั่ว ได้มีการหยิบขึ้นมาทำเป็น การ์ตูนฉายทางทีวีใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มออกอากาศที่ญี่ปุ่นมาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 1995 ภายใต้การผลิตของ TV Tokyo Media Net และ TMS Entertainment 

         ในเวอร์ชั่นใหม่ ปี 2005 นี้ จะแบ่งเป็น 52 ตอน ตอนละประมาณ 20 นาที โดยได้ศิลปินยอดฮิตของญี่ปุึ่น Candy มาร้องเพลง Promise เป็นเพลงเปิดเรื่อง และ Aina ร้องเพลง Yasashii Sayonara เป็นเพลงตอนจบ

          โหลดเพลงมาฟังเป็นที่เรียบร้อย ขอบอกว่าเพลงเพราะมากมาย แต่หาอย่างยากเลยอ่าเล่นเอาเหงื่อตกเลย กว่าจะหาได้แต่ไม่ครบอ่า TT^TT เศร้า....แต่ไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวจะซื้อมาดูเเระ ซื้อมาเก็บซะ หุหุหุ  

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ช่วยบอกตอนจบหน่อยสิคะว่าใครได้รับบทนางฟ้าสีแดง และความรักระหว่งมายะกับมาซึมิเป็นอย่างไร

#16 By May (122.100.208.66) on 2012-01-02 23:14

#15 By (124.121.238.138) on 2010-07-13 18:16

ของเรื่องนี้มากๆ
เป็นเรื่องทีดีอีกเรื่องเลยทีควรหามาดู

#14 By Argierais on 2010-03-14 02:47

เอาการ์ตูนมาเลย

#13 By (124.120.231.14) on 2010-02-01 21:40

ช่าย ชอบมากเลยอ่ะ เรื่องนี้ >w<

อ่าน ถึงตอนที่ 43 แย้ว ดีใจจัง พึ่งออกวางแผงในไทย

ชอบเรื่องนี้มากมาย
การ์ตูนก็วาดสวยมากกกก

แต่ในอนิเมะ แล แข็งๆไปนิด - -a

#12 By แพรว (112.142.89.134) on 2010-01-08 10:18

44

#11 By GG (222.123.95.148) on 2009-11-11 13:21

อยากดูจังค่ะ กะว่าจะไปซื้อมาดู เป็นการ์ตูนที่เคยดูนานแล้วและก็ดูไม่จบแต่จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยประทับใจการ์ตูนเรื่องนี้มากๆเลยทีเดียว ^^

#10 By jjj (125.27.244.47) on 2009-09-30 14:33

sarawut
อยากดูอีกรอบจังเลย
แล้วภาคตอนไปหรือเปล่า

#9 By sarawut (58.8.181.62) on 2009-08-23 02:12

angry smile sad smile sad smile sad smile angry smile

#8 By ธัญกุล (125.26.173.97) on 2009-04-18 15:27

เล่ม 1-42 ขอบอกว่าเรื่องนี้สนุกมาก อ่านแล้วจะประทับใจ รู้สึกเห็นใจและสงสารในความรักของมายะกับมาสึมิจัง ใครทราบบ้างว่าในญี่ปุ่นตอนนี้การ์ตูนมีถึงเล่มที่เท่าไรแล้ว ในเมืองไทยมีวีซีดีหรือดีวีดีขายบ้างไหมคะ

#7 By AJ (58.137.129.220) on 2008-12-08 12:30

รู้จักหน้ากากแก้วตั้งแต่ครั้งใช้ชื่อ "นักรักโลกมายา" ตอนนั้นป้ายังวัยรุ่นอยู่เลย ตอนนี้อายุ
44 ปีแล้ว มีโอกาสได้ดูการ์ตูนทางช่อง 9 และตอนนี้กำลังอ่านหน้ากากแก้วอีกครั้ง รวดเดียวเลย

#6 By (58.137.129.220) on 2008-12-08 12:26

ตกลงเรื่องนี้มันจบยังอะ

แม่ฝากถาม

#5 By KaTTo-+tOdA on 2008-10-13 23:48

จะแนวไรก็ช่างเหอะมานหวานปายม่ายชอบ...
ผู้ชายบ้าไรขนตายาวก่ากรูอีก...sad smile

129 บาท...ที่สยามดิส
อยากได้บอกจะพาไปซื้อ จะดีมากถ้าเป็นศุกร์นี้ จะได้ออกไปทีเดียว
แล้วก็มาจ่ายเงิน ม. ได้แล้ววววว

#4 By :*:魅月:*: on 2008-09-25 11:01

ไม่ชอบตัวการ์ตูนแหวนแป๋วอ่ะsad smile

#3 By :*:魅月:*: on 2008-09-23 16:44

เคยดูในเอนิแม็กอ่ะ
สนุกเหมือนกันนะ แต่ดูไม่จบอ่ะ ^^''
(น้องเราชอบเรื่องนี้มากๆอ่ะ)


เพลงก็เพราะจริงๆ

#2 By HeDw!g on 2008-09-23 07:54

ไม่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่าลายเส้นออกแนวแคนดี้-แคนดี้มากไปหน่อย แต่ภาพอนิเมก็ออกมาสวยดีนะนี่ big smile

#1 By persona non grata on 2008-09-22 20:11